หน้าร้าน  :  Gallery สินค้า  :  ข่าวสารจากร้านค้า  :  วิธีการชำระเงิน  :  ติดต่อร้าน  :  บทความ
ษิต เลน้อย
ลำดับที่เยี่ยมชม

Online: 199 คน
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ : ษิต เลน้อย

รายละเอียดร้านค้า

ชื่อร้านค้า ษิต เลน้อย
ชื่อเจ้าของ รักษิต เพชรศรีเปีย (ษิต เลน้อย)
รายละเอียด ให้เช่า รับเช่า พระเครื่อง วัตถุมงคล เกจิสายใต้และสายอื่น ๆ โดยเฉพาะวัตถุมงคล หลวงพ่อปลอด วัดหัวป่า จ.สงขลา
เงื่อนไขการรับประกัน วัตถุมงคลทุกองค์รับประกันความแท้ตามหลักสากล หากตรวจสอบแล้วพระไม่แท้ยินดีคืนเงินเต็มจำนวนทันที โดยไม่มีเงื่อนไขใด ๆ
ที่อยู่ กรุงเทพมหานคร
เบอร์ที่ติดต่อ 080-8023913
E-mail Raksitt.p@hotmail.com
วันที่เปิดร้าน 15-11-2552 วันหมดอายุ 15-11-2557

ธนาคาร
สาขา
ชื่อบัญชี
เลขที่บัญชี
ประเภทบัญชี
กรุงเทพ ถนนพัฒนาการ
รักษิต  เพชรศรีเปีย
198-4-41505-7
สะสมทรัพย์

 

 

 







วัตถุมงคล: พระเครื่องภาคกลางและภาคตะวันออก
เหรียญหลวงพ่อชม วัดเขาดิน รุ่นแรก "นั่งปืน"
25-02-2555 เข้าชม : 4460 ครั้ง

[ ชื่อพระ ] เหรียญหลวงพ่อชม วัดเขาดิน รุ่นแรก "นั่งปืน"
[ รายละเอียด ]

เหรียญหลวงพ่อชม วัดเขาดิน รุ่นแรก ปี 2517 จ.อยุธยา "เนื้อทองแดง" ท่านพระครูอุทุมพราศัย (ชม กัสโป)
วัดวรนายกรังสรรค์เจติบรรพตาราม (วัดเขาดิน) ต.เขาดิน อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อชม กัสโป เดิมชื่อ ชม เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวน ๕ คน ของโยมบิดา นิ่ม และ โยมมารดา เชย ไม่ทราบด้วยเหตุใดจึงทำให้ในตระกูลของท่านไม่ปรากฏนามสกุล (ณ ตอนนั้น) ท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๔ ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๖๐ แม้ท่านจะเป็นคนบางเดื่อ คือเกิดที่บ้านบางเดื่อ ต.บางเดื่อ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา แต่ท่านก็อยู่ไม่ไกลจาก วัดสะแก ต.ธนู อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อยังเล็กท่านจึงได้มาเรียนหนังสือที่วัดสะแกจนจบ ป.๔ ซึ่งในสมัยนั้นถือว่ามีวิทยฐานะดีแล้ว จึงได้ออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ ต่อมาเมื่ออายุได้ ๑๖ ปี ท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดสะแกนั่นเอง และนี่คือการบวชครั้งแรกในชีวิต ซึ่งท่านไม่อาจหยั่งรู้ได้เลยในขณะนั้นว่าท่านจะไม่ได้สึกอีกตลอดไป ขณะเป็นสามเณรอยู่ที่วัดสะแก ช่วงนั้นเป็นยุครุ่งเรืองของปรมาจารย์ทางไสยเวทย์ที่หาตัวจับยากในอยุธยาคน หนึ่ง คือ ท่านอาจารย์เฮง ไพรวัลย์ ตอนที่เด็กชายชมเป็นสามเณรก็ให้บังเอิญที่อาจารย์เฮงกำลังบวชพระอยู่พอดี ท่านจึงได้เห็น ได้รู้ ถึงความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของพระภิกษุเฮงตลอดมา วันทั้งวันจะมีคนเข้านอกออกในมากราบพระอาจารย์เฮงตลอด ตั้งแต่เจ้าขุนมูลนายทั้งในบางกอกและโดยรอบปริมณฑลล้วนเดินทางมาหาพระ อาจารย์เฮงเพื่อมุ่งหาของดี สามเณรชมได้เห็นอภินิหารที่พระอาจารย์เฮงแสดงอยู่บ่อย ๆ อาทิ ให้ศิษย์ชักยันต์ชาตรีแล้วเอาหินขนาดสองคนยก ทุ่มลงไปบนหัวจนหน้าคะมำดิน เมื่อเงยขึ้นมาก็ไม่เจ็บ ไม่แตก ไม่ตาย ท่านรู้สึกอัศจรรย์ใจในวิชาของพระอาจารย์เฮงเป็นยิ่งนัก ทำให้อยากเรียนด้วยเป็นกำลัง แต่ท่านก็กลัวพระอาจารย์เฮงจนไม่อาจเข้าไปขอถวายตัวเป็นศิษย์ได้ ท่านเล่าว่าพระอาจารย์เฮงนั้นอารมณ์ไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เวลาดีก็ดีใจหาย เวลาจะดุขึ้นมาก็ราวกับเสือมาอยู่ต่อหน้า ทำให้ท่านประหวั่นเกรงจนไม่กล้าเข้าไปหาทั้ง ๆ ที่อยากเรียนด้วยใจแทบขาด ต่อมาก็ได้สังเกตเห็นการทดลองคงกระพันชาตรี โดยการที่บรรดาศิษย์หามีดดาบที่แหลมคมมาฟัน มาทิ่มแทงกัน แต่ก็ไม่เคยมีบาดแผลหรือมีเลือดออกให้เห็นแม้สักแมลงวันกินอิ่ม เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุให้ท่านเกิดความมุมานะหมั่นเพียรแอบศึกษาค้นคว้าจาก ตำรับตำราโบราณในวัดสะแกมาแต่ครั้งยังเป็นสามเณร จวบจนอายุครบ ๒๐ ปีบริบูรณ์ ท่านก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ อุโบสถวัดแก โดยมี ท่านพระครูอุทัยคณารักษ์ (แด่) วัดสะแก เป็นพระอุปัชฌาย์ พระโบราณคณิสสร (ใหญ่ ติณณสุวัณโณ) วัดสะแก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์วัดไผ่ ฯ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังจากบวชพระแล้วท่านก็อยู่จำพรรษาที่วัดสะแกดังเดิม วัดสะแกยุคนั้นแม้จะเลื่องชื่อลือชาในกิตติคุณของพระอาจารย์เฮง แต่ก็ใช่ว่าจะกลบกลิ่นหอมของคนดีไปเสียจนหมดสิ้น นามหนึ่งที่ใครหลายคนรู้จักดีก็คือ พระอาจารย์สี พินทสุวัณโณ ซึ่งเป็นสัทธิวิหาริกในหลวงพ่อพระอุปัชฌาย์กลั่น วัดพระญาติการาม เหมือนกัน และท่านพระอาจารย์สีนี้ก็ยังเป็นศิษย์น้องและศิษย์จริงของพระอาจารย์เฮงอีก ด้วย เมื่อเป็นดังนี้ พระภิกษุนวกะอย่างพระชม จึงคิดเข้าหาพระอาจารย์สีมากกว่า เหตุหนึ่งเพราะท่านพระอาจารย์สีนี้ใจดีกว่า ดุน้อยกว่าพระอาจารย์เฮง ครั้งพระชมเข้าไปนมัสการพระอาจารย์สีขอถวายตัวเป็นศิษย์ องค์อาจารย์ก็เมตตารับโดยไม่รังเกียจ และเริ่มปฐมบทแห่งขลังด้วยการสอนให้พระใหม่ฝึกนั่งสมาธิภาวนา แรกนั่งท่านก็รู้สึกอึดอัดเบื่อหน่าย ด้วยใจท่านคิดว่าเรามาขอศึกษาวิทยาคุณกับหลวงพ่อท่าน แต่เหตุไฉนท่านจึงให้มานั่งหลับหูหลับตาอยู่อย่างนี้ไม่เห็นจะได้อะไร คาถาสักตัวก็ยังไม่ได้ น่าเบื่อเหลือเกิน ก็ไม่ทราบหลวงพ่อสีทราบได้อย่างไร จึงสอนท่านว่า “ท่านชม วิชาไสยศาสตร์ใด ๆ ก็ดีล้วนมีพื้นฐานอยู่ที่สมาธิทั้งสิ้น วิชาที่จะทำแล้วมีความขลังก็ต้องอาศัยสมาธิจึงจะทำได้ผล” ด้วยคำแนะนำเชิงปลอบประโลมเช่นนี้ จึงทำให้พระภิกษุชมเกิดความตั้งอกตั้งใจในการบำเพ็ญกัมมัฏฐานยิ่ง ๆ ขึ้น ต่อมาเมื่อหลวงพ่อสีเล็งเห็นว่าพระชมมีสมาธิดีในระดับหนึ่งแล้ว ท่านจึงเริ่มสอนเวทย์มนต์คาถาต่าง ๆ ให้เป็นลำดับ ๆ ไป และเมื่อการนั่งภาวนาของท่านมีผลแปลก ๆ บังเกิดขึ้น ถ้าไม่ถามเอาจากหลวงพ่อสี พระชมก็จะไปกราบเรียนถาม หลวงพ่อดู่ พรหมปัญโญ แทน เพราะท่านได้ขึ้นกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อดู่ไว้ด้วย ภายหลังท่านพระอาจารย์เฮงก็ลาสิกขาบทออกมามีภรรยาและลอยเรืออยู่ที่หน้าวัด สะแก อันเรือประทุนลำนี้อาจารย์เฮงห้ามขาดมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดลงไปได้เลย เหตุเพราะอาจารย์เฮงมีภรรยาที่สาวและสวยมาก ๆ ท่านจึงไม่ต้องการให้ใครได้พบเห็น คงอนุญาตอยู่เพียงผู้เดียวให้ลงไปกินเหล้ากับท่านในเรือได้อย่างเป็นกันเอง ที่สุด นั่นก็คือ อาจารย์ก้าน บำรุงกิจ น้องชายแท้ ๆ ของหลวงปู่สี พินทสุวัณโณ ซึ่งอาจารย์ก้านนี้สมัยบวชเป็นภิกษุก็มีพระอุปัชฌาย์เดียวกันกับอาจารย์เฮง คือ หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ ฯ และต่อมาอาจารย์ก้านก็ได้เป็นศิษย์ของอาจารย์เฮงอีกด้วย อันความขลังในเรื่องเมตตามหานิยมของอาจารย์เฮงนั้นบรรดาหนุ่ม ๆ ยุคกระนั้นล้วนทราบดี ต่างอยากได้ของดีในทางมหานิยมมาใช้กับสาวที่ตนรัก วิชาหนึ่งที่ขึ้นชื่อคือการหุงสีผึ้ง แต่อาจารย์เฮงก็ยังไม่ได้ถ่ายทอดให้ใครนอกจากหลวงปู่สี เมื่อพระชมต้องการเรียนวิทยาคุณ อย่างแรกที่ท่านขอศึกษาจากหลวงปู่สีคือการเสกสีผึ้ง หลวงปู่สีก็เมตตาถ่ายทอดวิชาและเคล็ดลับต่าง ๆ ให้พระชมโดยไม่ปิดบัง และยังบอกอีกว่าหากทำทุกอย่างได้สำเร็จครบตามตำรา ขณะทำการเสกอยู่นั้นจะได้ยินสีผึ้งระเบิดแตกดัง เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ชื่อว่าบรรลุผลใช้ได้ทันที พระภิกษุชมเพียรเสกสีผึ้งด้วยพระเวทย์ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกอบรมมาอย่างยาวนาน ถึง ๑๐๘ คาบ สีผึ้งก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ๑๐๘ คาบที่สองก็ไม่มีปฏิกิริยา ท่านจึงรำพึงในใจว่า ชะรอยคงจะไม่สำเร็จ ดูแล้วน่าจะเสียเวลาเปล่า แต่แล้วท่านก็ฉุกใจคิดขึ้นมาได้ว่า ตลอดเวลาที่ทำการเสกจิตท่านคอยพะวงอยู่ว่าเมื่อไรสีผึ้งจะแตกให้ได้ยินเสีย ที เหล่านี้คงเป็นตัวการที่ทำให้จิตไม่สงบโดยแท้จริง จึงยังไม่ปรากฏผลใด ๆ ขึ้นมา ครั้งที่สามของการเสกนี้ พระชมจึงไม่สนใจกับตัวสีผึ้งเลย หากกำหนดจิตให้แน่วแน่อยู่กับตัวพระคาถา กดใจนิ่งบริกรรมภาวนากระทั่งจิตรวม ไม่นานท่านก็ได้ยินเสียงสีผึ้งระเบิดติดต่อกันถึง ๓ ครั้ง ทำให้ท่านมั่นใจว่าสำเร็จแล้ว เพราะหลวงปู่สีสั่งไว้ว่าถ้าได้ยินเสียงสีผึ้งแตกก็เพียงนับว่าพอใช้ได้ แต่ถ้าได้ยินติดต่อกันถึง ๓ ครั้งนั้นหมายถึงว่าสีผึ้งตรงหน้าบรรลุผลเต็มอัตรา เป็นของมหาวิเศษ มหานิยม อย่างยิ่งทีเดียว ต่อมาพระอาจารย์ชมก็ยินชื่อเสียงของ ปู่สอน หรือ อาจารย์สอน ซึ่งเป็นฆราวาสชาวอำเภออุทัย นามปู่สอนกระเดื่องไปก้องทุ่งด้วยเรื่องที่วัยเข้าขั้นปู่แต่มีภรรยาคราวลูก ที่สวยสะคราญถึง ๗ นางด้วยกัน และทุกคนอยู่กินในเรือนเดียวกันอย่างมีความสุขไม่เคยทะเลาะตบตีกันแต่อย่าง ใด และเมื่อพระอาจารย์ชมได้พบปู่สอน ก็ปรากฏว่าปู่สอนรู้สึกถูกอัธยาศัยกับพระอาจารย์ชมเป็นอย่างยิ่ง จึงปรารภว่าที่ได้เมียสาวและสวยนี้เพราะวิชาอาคมที่ร่ำเรียนมาจากอาจารย์ ถ้าอยากเรียนก็ยินดีจะถ่ายทอดให้ เป็นวิชาทางมหานิยม มหาเสน่ห์อย่างเยี่ยมยอด นั่นคือการ “เสกแป้งแปลงหน้า” โดยเมื่อปลุกเสกแป้งนี้แล้วครบถ้วนตามตำรา ครั้นนำมาผัดหน้าทากาย จะเดินไปสารทิศใดคนที่เห็นเราก็จะรู้สึกว่ามีรูปงามตาน่าชม อยากพูดจาพาทีด้วยเสียทั้งนั้น แม้รูปชั่วตัวดำหากใช้แป้งเสกนี้แล้วก็เป็นอันว่ามีเสน่ห์ต้องใจคนทั้งหลาย ได้ทันที จึงได้ชื่อว่า “วิชาเสกแป้งแปลงหน้า” และพระอาจารย์ชมก็ตกลงใจที่จะครอบครูเรียนวิชานี้ เมื่อท่านเรียนจบแล้วก็ สามารถเสกแป้งให้ศิษย์วัดไปทดลองใช้ได้ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์ จึงทำให้ท่านมีวิชาเด็ดอยู่ในมือแล้ว ๒ วิชา พระอาจารย์ชมจำพรรษาอยู่ที่วัดสะแกยาวนานถึง ๑๐ พรรษาเศษ ๆ ท่านก็ถูกคณะสงฆ์แต่งตั้งให้ไปเป็นเจ้าอาวาสวัดบางเดื่อ ต.บางเดื่อ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ที่วัดบางเดื่อนี้เอง ท่านได้พบคัมภีร์เก่าโบราณอายุราว ๒๐๐ ปี ซึ่งเป็นสมบัติเก่าของวัดประดู่โรงธรรม สำนักตักศิลาใหญ่ทางศาสตร์วิชาต่าง ๆ มากมายเกินพรรณนา โดยเฉพาะวิชาทางไสยเวทย์ถือได้ว่าเป็นหอสมุดขลังซึ่งใหญ่ที่สุดในโลก หากไม่เพราะพม่าเข้ามาเผาทำลายไปจำนวนมาก ลูกหลานไทยคงได้พบเห็นอะไรดี ๆ อีกเยอะ ครั้นหลวงพ่อชมได้ครอบครองคัมภีร์สำคัญ ท่านก็เฝ้าศึกษาค้นคว้าอย่างละเอียด พบว่าในตำรานั้นบันทึกวิชาการสร้างและเสก ตะกรุดโทน เบี้ยแก้ เชือกคาด เชือกแขน แหวนพิรอด การทำยาสมุนไพรและผงว่านต่าง ๆ มีทั้งการแก้และกันคุณไสยนานาประการ ยิ่งท่านศึกษาก็รู้สึกว่าตำรานี้มีความลึกซึ้งมาก แยบคายมาก ตอนใดที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ ท่านก็จะนำความเข้าไปกราบเรียนถามกับ พระครูศีลกิตติคุณ (อั้น คันธาโร) วัดพระญาติการาม บ้าง ปรึกษากับ หลวงปู่สี พินทสุวัณโณ บ้าง ปรึกษากับ หลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ บ้าง ทำให้ท่านมีความก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่งในการศึกษาพระคัมภีร์นี้ วิชาหนึ่งในนั้นที่ท่านให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ การสร้างตะกรุดโทน ซึ่งเป็นวิชายุ่งยากมากที่สุด มีขั้นตอนในการทำสลับซับซ้อนมากที่สุด ท่านจึงให้ความสนใจมาก และในที่สุดท่านก็ตกลงใจที่จะสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกด้วย “ตะกั่วดำ” โดยท่านกำหนดวันซึ่งตรงกับ เพ็ญ เดือน ๑๒ ชำระฤกษ์ยามที่เป็นมงคลให้ถูกถ้วนดีแล้ว ก็ตั้งหัวหมู บายศรี ดำน้ำลงไปจารตะกรุดใต้น้ำและม้วนให้เสร็จภายในอึดใจเดียวโดยไม่ขึ้นมาก่อน ทุกดอกต้องได้รับการทำอย่างนี้เหมือนกันหมดตะกรุดชุดแรกมีจำนวนทั้งสิ้นราว ๒๐ ดอก เมื่อท่านปลุกเสกจนครบถ้วนตามตำราแล้ว ก็ได้มอบให้ศิษย์บางคนไปใช้คุ้มครองตัว ปรากฏมีศิษย์จอมซนสามคนซึ่งได้ตะกรุดไปคนละดอก ทดลองนำตะกรุดไปผูกกับไก่บ้านจำนวน ๓ ตัว แล้วยิงด้วยปืน .๓๘ ตัวละนัด ตัวละนัด เรียงเรื่อยมาจนครบทุกตัว ไม่ดังสักนัด ต่อเมื่อกระดกปากกระบอกขึ้นฟ้าแล้วเหนี่ยวไก เสียงปืนก็คำรามก้องทุ่ง เป็นเหตุให้สามหนุ่มหัวใจพองโตเกิดปีติอย่างยิ่งว่าได้ครอบครองของดีอย่าง สุดยอดจากครูบาอาจารย์แล้ว จึงก้มกราบขอขมาแล้วอีกไม่นานก็มาเล่าถวายให้ท่านฟัง โดนเทศน์ไปหลายกัณฑ์ เหตุนี้หลวงพ่อชมจึงเลิกทำตะกรุดโทนดอกใหญ่แต่หันมาทำตะกรุดดอกเล็ก ๆ แทน และเรียกว่า “ตะกรุดบริวาร” ตำราระบุว่าเมื่อจาร-ม้วนแล้วเสร็จ ต้องทำการเสกให้ถึงไตรมาสหนึ่งจึงใช้ได้ แต่เมื่อท่านเสกครบถ้วนตามตำรา ก็ยังมิได้แจกจ่ายออกไปเพราะยังไม่มีเหตุให้ต้องแจก กระทั่งคืนหนึ่งขณะที่ท่านกำลังนั่งภาวนาอยู่ในกุฏิ ท่านก็นิมิตเห็นชายชรารูปร่างสูงใหญ่ ใส่กางเกงจีนสีดำ ไม่สวมเสื้อแต่มีผ้าขาวม้าพาดบ่าเดินตรงเข้ามาหา มาถึงตัวหลวงพ่อแล้วก็ลงนั่งถามขึ้นว่า “ตะกรุดที่สร้างนั่นทำถูกต้องแล้ว และก็เสกจนใช้ได้แล้วทำไมยังไม่แจกจ่ายออกไปอีก” หลวงพ่อชมตอบว่า “อยากจะปลุกเสกต่อไปเรื่อย ๆ ก่อน” ชายชราลึกลับนิ่งไปครู่หนึ่ง ก็พูดขึ้นว่า “ใช้ได้แล้ว ไม่ต้องปลุกเสกอีกแล้ว วันนี้จะช่วยเสกซ้ำให้” จากนั้นชายร่างใหญ่ก็นั่งขัดสมาธิ ลงมือบริกรรมภาวนาพระคาถาที่ใช้เสกตะกรุด ไม่นานนัก หลวงพ่อก็เริ่มรู้สึกว่ากุฏิของท่านมีการสั่นเทือน.....และแรงขึ้น....แรง ขึ้นทุกที ความสั่นไหวนั้นเกิดตามคำบริกรรมภาวนาของชายชราร่างใหญ่ ยิ่งร่างนั้นเร่งรัวคำบริกรรมมากขึ้นเท่าใด ความสั่นสะเทือนก็รุนแรงขึ้นเท่านั้น ครั้นหลวงพ่อกำหนดจิตดูที่ถาดใส่ตะกรุดตรงหน้าซึ่งคั่นอยู่ระหว่างท่านกับ ชายลึกลับ ก็เห็นถนัดตาว่าตะกรุดหลายร้อยดอกมีอาการสั่นไหวจนกระโดดเต้นไปมาอยู่ภายใน ถาดราวกับมีชีวิต เหตุการณ์นี้ทำให้ท่านรู้สึกตื่นเต้นระคนยินดีเป็นอย่างมาก ปรากฏการณ์ประหลาดนี้ดำเนินอยู่เป็นครู่ใหญ่ก็ค่อย ๆ สงบลง เมื่อท่านละความสนใจจากตะกรุดตรงหน้ามากำหนดดูที่ชายชรานิรนาม ก็ปรากฏว่าแกหายไปเสียแล้ว หลวงพ่อจึงค่อย ๆ ถอนจิตออกจากสมาธิ ครั้นลืมตาดูถาดตะกรุดตรงหน้าด้วยตาเนื้อ ท่านก็ต้องตกตะลึงเป็นยิ่งนัก เพราะตะกรุดในถาดที่เคยวางรวมกันเป็นหมวดหมู่ บัดนี้มีหลายสิบดอกที่ปาฏิหาริย์หล่นออกมากระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นกุฏิ แสดงให้เป็นเด่นชัดว่า “นิมิต” ที่ปรากฏในจิตท่านเมื่อครู่มิใช่นิมิตลวง ชายชราที่มาย่อมมีตัวตนมิใช่จิตสร้างภาพ ครั้นถามท่านเอาว่าแล้วชายชราร่างใหญ่นั้นเป็นใคร ? หลวงพ่อตอบยิ้ม ๆ ว่า “เจ้าของคัมภีร์” หลวงพ่อชมปกครองดูแลวัดและพระ-เณรที่วัดบางเดื่อถึง ๒๐ พรรษา จึงถูกนิมนต์ให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดเขาดิน ไม่ว่าท่านจะไปอยู่ที่ใด ท่านก็สร้างสรรค์ความเจริญทั้งทางด้านวัตถุและจิตใจให้กับประชาชนในพื้นที่ มาตลอด ทำให้ท่านเป็นที่รักและเคารพแก่คนทั่วไปอย่างยิ่ง  เหรียญในรูปสภาพสวยเดิม ๆ โชว์ครับ

[ ราคา ] ฿99999
[ สถานะ ] ขายแล้ว
[ติดต่อเจ้าของร้านษิต เลน้อย] เบอร์โทรศัพท์ : 080-8023913


วัตถุมงคล: พระเครื่องภาคกลางและภาคตะวันออก
หลวงปู่ทวด (เนื้อคลั่งพุทรา)    วัดโตนดหลวง   "มีกริ่ง"
พระชัยอยุธยา (23)  "สวยเดิม ๆ คลาสสิค"
พระชัยวัฒน์เจ้าคุณผล วัดหนัง  ยุคแรก  "หล่อโบราณ"
พระมเหศวร 2 หน้า  กรุวังบัว  "สวยเดิม ๆ " (3)
พระชัยอยุธยา (22)
พระชัยอยุธยา (21)
พระชัยอยุธยา (20)
พระชัยอยุธยา (19)
พระกริ่งพุทธวิชิตมาร  วัดท่าเกวียน  "สวยเดิม ๆ"   (3)
เหรียญหลวงพ่อสุด วัดกาหลง ปี 17  "กะหลั่ยเงิน"
เสือหลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส  รุ่นแรก
เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง "เนื้อเงิน"
หลวงพ่อพริ้ง วัดบางปะกอก "พิมพ์พระพรหมสี่หน้า"
พระสมเด็จวัดระฆัง รุ่น 100 ปี  "พิมพ์เส้นด้าย"
พระปิดตาจั้มโบ้ 2 หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี เนื้อผงใบลาน
สมเด็จระฆังหลังฆ้อน  "ยุคแรก"
พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์พิมพ์ฐานแซม ...กรุเก่า (5)
ใบโพธิ์ใหญ่ หลวงพ่อลี หลังยันต์ดวง  "ส.๒"
เหรียญหลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่นอก  รุ่นแรก
เหรียญโภคทรัพย์ หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย
พระปิดตาหลวงปู่โต๊ะ  "พิมพ์ใบโพธิ์"
พระกริ่งวิชิตมาร วัดท่าเกวียน    "ผิวเดิม ๆ " (2)
เหรียญหลวงพ่อเกษร  วัดท่าพระ   รุ่นแรก
พระชัยอยุธยา (18)
พระชัยอยุธยา (17)
พระชัยอยุธยา (16)
พระชัยอยุธยา     (15)
พระเนื้อผงสังกัจจายน์ วัดประสาทบุญญาวาส  "เลี่ยมเก่า"
พระกริ่งคุ้มเกล้า เนื้อนวโลหะ   "สวยเดิม ๆ"
พระกริ่งหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา "พิมพ์เล็ก"
เสือหลวงพ่อคง วัดวังสรรพรส  รุ่นแรก  "สวยเดิม ๆ "
เหรียญหลวงพ่อมี วัดมารวิชัย    รุ่นแรก
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (14)
พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์พิมพ์ฐานแซม ...กรุเก่า  (4)
พระมเหศวร 2 หน้า  กรุวังบัว  "สวยเดิม ๆ " (2)
พระชัยอยุธยา "ทรงเครื่อง" (13)
พระชัยวัฒน์วิชิตมาร  "เลี่ยมเก่า" (3)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (12)
เหรียญหล่อพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว  วัดนางสาว
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (11)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (10)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (9)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (8)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (7)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (6)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (5)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ " (4)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (3)
พระชัยอยุธยา "สวยเดิม ๆ" (2)
พระชัยอยุธยา   "ผิวหิ้ง"   (1)
เหรียญหันข้างหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม  "สภาพสวย"
เหรียญหลวงพ่อโอด ดอกจิกใหญ่   "เนื้อทองแดง"
พระกริ่งหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา "พิมพ์เล็ก"
พระพุทธชินราชอินโดจีน ปี 2485  "พิมพ์แต่ง "
เหรียญหลวงปู่สี    "อายุยืน"
พระกริ่งหลวงพ่อจาด  "พิมพ์กลาง"
เหรียญคุ้มเกล้า มหามงคล   "เนื้อเงิน"
พระชัย ภปร. วัดปทุมวนาราม "เนื้อเงิน"
พระกริ่งไพรีพินาศ ภปร. วัดปทุมวนาราม   "เนื้อเงิน"
เหรียญเสมาหลวงปู่ทวด รุ่นชนะคน "เนื้อทองแดง"
เหรียญหน้าวัว หลวงพ่อเงิน  "เนื้อเงิน"
เหรียญหลวงพ่อขัน  วัดนกกระจาบ  รุ่น ๒
พระหลวงปู่ทวด รุ่นชนะคน (3)
พระสมเด็จ วัดไร่ขิง พิมพ์กลาง   "สวยเดิม ๆ"
เหรียญหลวงพ่อสาคร   "หมูทอง"
พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์พิมพ์ฐานแซม ...กรุเก่า อย่างหนา  (3)
พระหลวงปู่ทวด รุ่นชนะคน  (2)
พระหลวงปู่ทวด   รุ่นชนะคน   (1)
เหรียญเสมาหลวงปู่ทวด รุ่นชนะคน  "เนื้อเงิน"
พระชัยวัฒน์หลวงพ่อสอน วัดมักกะสัน  (2)
พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์พิมพ์เล็มมือ ...กรุเก่า...
พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์พิมพ์ฐานแซม ...กรุเก่าและเลี่ยมเก่า... (2)
พระชัยวัฒน์เจ้าคุณผล วัดหนัง  "เนื้ออัลปาก้า"
เหรียญหลวงพ่อชม  วัดเขาดิน  รุ่นแรก   "นั่งปืน"
ปิดตาหลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี พิมพ์กนกข้าง  " เนื้อผงใบลาน "
เหรียญหลวงปู่ทวดบัวข้าง หลวงปู่ดู่ วัดสะแก "น่ารัก" (4)
เหรียญหลวงปู่ทวดบัวข้าง หลวงปู่ดู่ วัดสะแก "สวยเดิม ๆ" (3)
เหรียญหลวงปู่ทวดบัวข้าง หลวงปู่ดู่ วัดสะแก "สวยเดิม ๆ" (2)
เหรียญพระเหนือพรหมหลวงปู่ดู่ วัดสะแก "ไม่มีโค๊ช"
เหรียญหลวงปู่ทวดบัวข้าง หลวงปู่ดู่ วัดสะแก "สวยเดิม ๆ" (1)
พระอุปคุตหน้าเดียว หลังยันต์  "สวยแชมป์"
พระสมเด็จ วัดระฆังหลังค้อน
เหรียญนั่งพาน หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย  " เนื้อเงิน"
เหรียญหลวงพ่อเนื่อง  วัดจุฬามณี  "พิมพ์นะสังฆาฏิ"
เหรียญหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก   รุ่นแรก
พระกริ่งเจริญพรหลวงพ่อยิด " เนื้อเงิน"
พระกริ่งเจริญพรหลวงพ่อยิด  " เนื้อนวะ"
เหรียญเจริญพรหลวงพ่อยิด วัดหนองจอก   "เนื้อเงิน"
เหรียญกฐินสามัคคี หลวงพ่อแช่ม "เนื้อเงิน"
พระกริ่งโสฬส มปร . ปี ๒๕๑๕
พระกริ่งโสฬส มปร. ปี ๒๕๑๕   ....นิยม...
เหรียญกงจักรพิมพ์ปรกโพธิ์  วัดไผ่ล้อม
เหรียญโภคทรัพย์เล็ก เจ้าคุณนร  "กะหลั่ยทอง "
เหรียญหลวงพ่อเนียม  วัดปทุมทอง  "รุ่นแรก"
พระรูปหล่อหลวงพ่อไสว  วัดปรีดาราม  รุ่นแรก
พระกริ่งคุ้มเกล้า  เนื้อนวโลหะ  ปี 2522
รูปหล่อปั้มหลวงพ่อเพี้ยนวัดเกริ่นกฐิน รุ่นแรก สร้างปี2539
พระผงกัมมัฏฐานหลวงปู่โต๊ะ  วัดประดู่ฉิมพลี  ...เนื้อเกสร...
เหรียญหลวงพ่อสนธิ์ วัดปราสาท จ. นนทบุรี (นิยม)
พระชัยวัฒน์หลวงพ่อสอน วัดมักกะสัน
หลวงพ่อปาน ทรงครุฑเล็ก
พระกริ่งหลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา  พิมพ์เล็ก
พระมเหศวร 2 หน้า เนื้อชินเขียว กรุวังบัว  (1)
พระสมเด็จบึงพระยาสุเรนทร์พิมพ์ฐานแซม  ...กรุเก่า... (1)
พระปรกมะขามหลวงพ่อปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉีมพลี  ...สวยเดิม..
พระกริ่งพุทธไชยศรี หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ปี 2518 เนื้อนวโลหะ พิมพ์ใหญ่
พระชัยวัฒน์วิชิตมาร วัดท่าเกวียน  (2)
พระกริ่งพุทธวิชิตมาร วัดท่าเกวียน ปี 2514  (1)
พระชัยวัฒน์วิชิตมาร  วัดท่าเกวียน  (1)
พระกริ่งพุทธไชยศรี หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ปี 2518 เนื้อนวะโลหะ พิมพ์เล็ก
พระกริ่งพุทธไชยศรี หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว ปี 2518 เนื้อนวโลหะ พิมพ์ใหญ่
หลวงพ่อทวดเนื้อโลหะ วัดม่วง.. แจกกรรมการ..
เหรียญหลวงพ่อเปิ่นวัดบางพระ

หน้าหลัก  ข่าวสารจากร้านค้า  วิธีการชำระเงิน  ติดต่อร้าน  บทความ  ผู้ดูแล
Copyright©2014 zoonphra.com/amulet
Powered by อ้น ระโนด